สำหรับหลายๆท่านคงจะเคยได้รบเมลจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆป้าๆลุงๆทั้งหลาย

มาพร้อมกับคำถามร่วม 50 กว่าข้อ ซึ่งล้วนแต่ถามเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวกันทั้งนั้น

วันนี้ผมเองก็เพิ่งได้มาจากเพื่อนฉบับหนึ่งเหมือนกันจึงเกิดไอเดียนิดๆ

 ว่าเราจะเอาคำถามเหล่าน้นมาทำความรู้จักเพื่อนๆชาวเอ๊กทีนกันหน่อยจะดีไหม

ผมเองก็เพิ่งเป็นสมาชิกใหม่ไม่นานนี้เอง จึงอยากรู้จักคนมากๆไว้หน่อย

จะได้เข้าไปอ่านอะไรสนุกๆ น่าสนใจของเพื่อนๆกัน มาลองดูกันหน่อละกันนะครับ

 

เพื่อนๆไม่ตองตอบทุกข้อก็ได้ครับ

ขอแค่ชื่อเป็นข้อบังคับสักหนึ่งข้อ

 และข้ออื่นๆสักสองสามข้อ

จะเป็นข้อไหนก็ได้แค่นี้ผมก็พอใจแล้วครับ

 

 


1.วันนี้วันที่เท่าไหร่ = 24/04/2552


2.กี่โมงแล้ว= 23.25น.


3.เทอชื่ออะไร = สินทร์ ตี้ princeofwind espcross


4.ใครตั้งให้ = อันแรกกับอันที่สองพ่อแม่ตั้ง ที่เหลือตั้งเองอ่ะมีปัญหาไหม เหอะๆๆ


5.เกิดวันที่เท่าไหร่ = 5/04/2532  เวลา02.00น. วันพุธ ช่วงฤดูร้อน


6.ชอบสีอะไร = ฟ้า น้ำเงิน เขียว


7.ชอบไปเที่ยวมั๊ย = ชอบอ่านะ ถ้ามีโอกาสไป เหอๆ


8.ไปไหนอะ = ทะเล!!!! Let' go to the SEA!!!


9.เที่ยวกลางคืนป่ะ = ไม่ล่ะ เที่ยวกลางวันมากกว่า


10.ไปสายบ่อยป่าว = อืมเกือบทุกๆวันอ่านะ


11.ขาดเรียนบ่อยป่าว = พอๆกับชั่วโมงเข้าเรียนอ่า

 

12.เวลามองคนอย่างแรกมองอะไร = น่ารักอ้ะเป่า ผ่านเกณฑ์ พอไปวัดแล้วไม่ร้อนเป็นโอเช


13.ชอบคนนิสัยแบบไหน = น่ารักๆ คุยด้วยแล้วไม่เบื่ออ่านะ

14.ชอบใครอ่ะ = ไม่รู้ดิ ยังไม่ชัดเจนอ่า


15.ที่เกลียดล่ะ = หลอกลวง ตุ๋น ต้ม อะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ซื่อสัตย์อ่า


16.มีเพื่อนหรือมีแฟนดีกว่ากัน = ดีพอๆกันอ่า


17.เวลาเหงาทำไรน่ะ = ทำใจอ่านะ ว่ายังไงก็ต้องเหงา เหอๆ


18.ชอบไปไหนมากที่สุด = ยิมเทควันโด


19.อยากย้อนไป อดีต หรือ อนาคต = อืม...อยากไปทั้งสองอย่างอ่า ย้อนไปแก้ไข กับไปอนาคตดูเหตการณ์ที่จะเกิดแล้วรีบแก้มันซะ!(หวยออกจะได้ซื้อถูก)


20.ชอบตุ๊กตา หรือหุ่นยนต์ = ตุ๊กตา


21.ชอบตุ๊กตาอะไรมากที่สุด = เหมียวๆทั้งหลายยกเว้น คิตตี้


22.เคยตั้งชื่อให้ตุ๊กตาป่ะ =  เคย อ่านะ มีเจ้าเจี๊ยบอยู่ตัวนึงที่หัวนอน

 

23.คิดว่าบ้าปะ..ตั้งชื่อให้ตุ๊กตา = ไม่อ่านะ เรื่องส่วนตัวอ่ามีปัญหาไหม หุหุหุ

 

24.กลัวคนบ้าป่ะ =  เฉกลัวตัวเองบ้ามากกว่ายๆและ


25.ชอบส่องกระจกป่ะ = ไม่รู้ว่าชอบเปล่า แต่เดินผ่านเป็นต้องส่อง

 

26.เคยให้เงินขอทานป่ะ = เคยบ่อยจนเลิกให้ไปแล้ว


27.เธอเป็นคนยังไง = มีทุกรูปแบบอ่า เอาแบบไหนอ่า


28.นั่ง เรียนตรงไหนของห้อง = อยากนั่งด้านหน้าแถวที่สองสามกำลังดี


29.แล้วชอบนั่งตรงนั้นป่ะ = ไม่ชอบจะนั่งเรอะ


30.ทำไมนั่งตรงนั้น =  ฟังรู้เรื่องอ่า หลับได้เนียนด้วย


31.เคยโดดเรียนป่ะ รู้สึกไง = เคย รุ้สึกได้เลยว่าค่าเทอมหลายร้อยหายไปทุกครั้งที่โดด


32.เรียนสายอะไร = ศิลป์คำนวณ


33.ชอบวิชาไรมากที่สุด = จิตวิทยาการทดลอง แบบทดสอบทางจิตวิทยา


34.ชอบใครอยุ่ ปะ = คำถามเดิมอ้ะเป่าเนี่ย

 

35.ตอนนี้มี แฟนป่ะ กี่คน = อ้าวถามงี้หมายความว่าไงเนี่ย


36.ถ้ามีแฟนและจะรักแฟนมั้ย =  ถ้ามีก็ต้องรักดิ


37.คิดจะเลิกกับแฟนป่ะ = ดูมันก่อน


38.คิดว่าตัวเองเป็นคนดีรึป่าว = ไม่อ่า เลวสารพัดอ่ะ ^^


39.ถ้าเพื่อนมาชอบแฟนเธอ จะทำไง = ก็บอกให้เขาทำใจไปเรามาก่อน

 

40.ถ้าแฟนเธอกะเพื่อนเธอแอบคบกันล่ะ = จะปล่อยให้คบกันไปเลยถ้าคิดว่ามีความสุขก็ไปซะถ้าคิดว่าคบกับเราแล้วไม่สุขกว่า

 

41.ถ้าเธอแอบไปชอบแฟนเพื่อนอ่ะ = ก็ได้แค่เก็บเอาไว้อ่าไม่อยากทำบาป เป็นเพื่อนก็บุญนักหนาแล้ว


42.ถ้าไปชอบคนที่มีแฟนแล้วทำไง = อันดับแรกทำใจ อันดับต่อมาก็ถอยห่างไสหัวไปซะ


43.มีคนมาจีบบ้างป่ะ = มีมั้ง? หน้าแบบนี้จะมีอีกหรอวะเนี่ย


44.คิดไงกับคนนั้น = คิดไม่ออกอ่าเพราะไม่ว่าเป็นใคร


45.ขอเบอร์ได้ป่ะ = ตอนนี้ที่ใช้อยู่ก็ 44 ไม่ก็ เบอร์ 10


46.โกหกเก่งป่ะ = ไม่อ่าถูกจับได้ตลอด


47.ที่ตอบมานี้โกหกปะ = อืม


48.เป็นคนขี้ลืมป่ะ = บ่อยกว่าปลาทอง

 

49.ของอะไรที่ชอบทำหาย = กระเป๋าตัง บัตรประชาชน(ทำใหม่ทุกปี)

 

50.ชอบคนหน้าตายังไง = น่ารัก


51.ไม่ชอบคนหน้าตาแบบไหน = แบบผู้หญิงนิรนามสายแดงที่มิตรประชา (รู้กันในยิมเท่านั้น เกลียดโคตร)


52.กลัวผีป่ะ =  ถือว่ากลัวละกัน


53.ถ้าเจอจะทำไง =  กล่าวคำอวยพรต้อนรับเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีมั้งไอ้นี่...-_-

 

54.เคยเจอป่ะ = คิดว่าเคย


55.เคยเจอที่ไหน = บันไดบ้าน โรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์นี่ตัวชุกชุมเลย


56.เพื่อนที่คบมานานที่สุดกี่ปี =  6 ปี


57.เพื่อนแท้เป็นยังไง = เป็นมนุษย์นายหนึ่งช่วยทุกสิ่งเลย


58.เคยทำให้ใครโกรธป่ะ ใครอ่ะ = เคย เยอะแยะอ่าจำไม่ได้แล้ว

 

59.เคยมีใครทำให้โกรธป่ะ = เคย วอนเท้าลูบหน้าเยอะเลย


60.เอาไรไปง้ออ่ะ = มีแต่ใจที่ยอมรับผิดอ่ะ ถ้าไม่รับก็กองไว้ตรงนั้นแล้วกัน


61.ชอบนินทาเพื่อนป่ะ = ไม่บ่อยเท่าไหร่หรอกมั้ง วันนึงสองสามหนเอง


62.ตอนนี้รู้สึกไง = คันอ่า ยุงกัด


63.วันเสาร์ อาทิตย์ ทำอะไร = ซ้อมเทควันโด


64.เลขนำโชคของเธออ่ะ =  6 (ความจริงไม่ได้นำเลยแต่ชอบ)


65.เป้าหมายของชีวิตล่ะ =  มีความสุขกับครอบครัวและตอบแทนบุญคุณพ่อแม่พี่สาวให้เท่าที่ได้


66.คติพจน์ประจำใจอ่ะ =  เมื่อล้มลงไปกองกับพื้นแล้ว การลุกขึ้นช้าไม่ได้หมายความว่าเรายอมแพ้ แต่อยู่ที่ว่าเราลุกขึ้นมาใหม่ช้าหรือเร็วเท่านั้นดีกว่าปล่อยตัวเองนอนกองอยู่แบบตลอดไปชั่วชีวิต


67.อนาคตอยากทำอาชีพไรอ่ะ = เคยอยากเป็นโปรแกรมเมอร์ ต่อมาก็เป็นนักกีฬาเทควันโด ถัดมาก็เป็นเจ้าของร้านเน็ต สักพักก็อยากเป็นครู ไม่นานก็อยากทำอาหารเบตงขาย ล่าสุดอยากเป็นนักจิตวิทยาที่ช่วยเหลือคน

 

68.มีไรจะบอกคนที่ส่งให้ป่ะ = ขยันตั้งคำถามฟ่ะ


69.ที่ส่งให้มีคนพิเศษป่ะ = แน่นอน


70.ใครอ่ะ = เพื่อนๆๆๆๆ


71.ว่าง ๆ ชอบทำไร = โหลดโปรแกรมสารพัดนึก(นึกอยากโหลดไรก็โหลด)


72.งานอดิเรก = อ่านหนังสือสำนักพิมพ์ a-book(อะบุ้ค)

 

73.คิดว่าไงกับเมลแบบนี้ = ถ้าไม่ใช่เพื่อนส่งนี่ลบทิ้งละ


74.จะส่งเมลล์นี้ไปให้ใคร = เพื่อนๆน้องๆ(ถ้ามานอยากตอบนะ)


75.ถ้าเค้าไม่ส่งกลับล่ะ  - ก็มันเรื่องของเค้า


76.คำบอกลาที่ชอบ = ไม่ตอบมีเจื๋อน อุตส่าตอบยันครบ77ข้อ

edit @ 25 Apr 2009 22:57:08 by Prince_Of_Wind

 

บันทึก วันที่ 18 เมษายน 2552 เวลา 06.15น

 

วันนี้ผมนอนแทบไม่หลับทั้งคืน เนื่องจากวันนี้เป็นวันซ้อมสอบเทควันโดสายดำ

ด้วยความที่ว่าตื่นเต้นมากมาย และกลัวจะไปปล่อยความเอ๋อที่นู่นเต็มที่

 

เนื่องจากว่าท่าสอบหลักๆที่ต้องใช้คือ การรำแพทเทิร์น และ การทำสเตปป้องกันตัว

 

ซึ่งความพร้อมของผม มีเพียง 10% - -"

 

...................

 

 

ก่อนเวลานัดรวมพล 7 โมงเช้า 5 นาที

 

ปกติแล้วผมจะต้องปั่นจักรยานไปที่ยิมหลิวเทควันโดแม้ว่าจะไม่ไกลมากแต่ผมขี้เกียจเดินน่ะ

 

เพราะว่าเส้นทางที่ต้องไปมันต้องผ่านตลาดสดที่มีผู้คนนับแสน(เว่อร์!)

 

 

ความจริงแล้วมันเป็นทางที่ยาวมากถ้าเห็นแล้วมันจะชวนให้ท้อใจไม่น้อยเลย

 

แต่แล้วสิ่งที่พบเห็นหน้าประตูก็คือ......

 

รถเข็นที่ใช้ขายของวันนี้จอดบังประตูมิด ขยับแทบไม่ได้เลย มีเพียงรูเล็กๆ

 

ซึ่งไอ้แดง มันวิ่งตัดเข้ามาได้เท่านั้น (- -") จักรยานก็.....ไม่ต้องหวัง

 

เวลานัดก็ใกล้ถึงแล้ว ผมจึงตัดสินใจ"เดิน"ออกมาทางเดียวกับไอ้แดง

 

เส้นทางนี้ช่างวิบากมาก เพราะตัวเรานั้นทั้งติด เกี่ยว สะดด ข้อเท้าพลิก(?)

 

และแล้วเราก็หลุดวังวนช่องแคบไอ้แดงมาได้ ทำให้ตัวผมนั้นนึกดีใจสุดๆเป็นอย่างยิ่ง!!!

 

.......มานึกดูอีกที.....ยังไม่ได้ล็อคประตูเลย........-_________-*

 

ทำให้ผมต้องย้อนกลับรูเดิมเข้าไปอีก แถมด้วยความเบลอๆเพราะนอนน้อยเกิน

 

ก็ดันลืมเอากระเป๋าสบายวางไว้ที่รถเข็นก่อนเข้า ทำให้ผมต้องไปติดวังวนช่องแคบไอ้แดงอีกครั้ง

 

..........โง่เหลือเกิ๊นนนน TToTT..............

 

................

 

เวลาถัดมาไม่นานนัก ผมก็เดินมาถึงตลาด

 

 

ระหว่างทางที่ต้องบุกฝ่าฝูงคนที่กำลังคว้านซื้อของสดไปทำอาหารยามเช้ากันนี้

 

มันทำให้ผมเกิดกิเลส"อยากกิน"ขึ้นมาทันที

 

แต่เนื่องจากว่ามันมีแต่"ของสด"จึงไม่รู้ว่าจะมีอะไรให้กินมั้ย เวลานัดก็ใกล้จะถึงแล้ว

 

ผมจึงตัดสินใจซื้อสิ่งที่ผมเห็นแรกพบทันที.........ถั่วต้ม.........- __ -'

 

นึกในใจอยู่เหมือนกันว่าซ้อมๆเตะไปจะเผลอปล่อยแก๊ซไหมนี่...

 

 

 

7 โมงเช้าพอดี ผมก็ก้าวถึงยิมปั้บ มองเข้าไปในยิมที่มืดๆหน่อยก็พบเห็นสิ่งหนึ่ง....

 

ผมเห็นเด็กใส่เสื้อสีขาว...นั่งอยู่ที่โต๊ะ.....แถมกำลงก้มหน้าด้วย!!!

 

....และแล้วมันก็ค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา....เงยขึ้นมา......

 

....หวัดดีครับพี่ตี้....*__*.....ไอ้แมกซ์มานนั่งสัปหงกอยู่นี่เอง

 

เล่นเอาซะเสียวแว้บบบเลย แต่ยังดีที่คนยังมาไม่ครบ นึกว่าจะมาช้ากว่าชาวบ้านซะแล้ว

 

แต่กลายเป็นว่ามาเป็นคนที่สองอ่านะ

 

สักพักนึงก็มีมาอีกหนึ่งคนคือพอใจเป็นคนที่สาม

 

ตอนนี้ครูหลิวเองก็เตรียมพร้อมแล้วแต่ยังขาดอีกคนหนึ่ง

 

 ครูหลิวเองก็เลยร้อนรนมากว่าทำไมไม่มาตามนัด มาช้าประจำ

 

พอครูหลิวเข้าไปในห้องเพื่อเอาของได้พักหนึ่ง

 

เจ้าปอยตัวดีของเราก็มาจนได้อ่านะ

 

รวมแล้วมีผู้เดินทางไปรับชะตากรรมทั้งสิ้นสี่นาย(ครูหลิวไปส่งแล้วปล่อยให้กลับเองตอนเย็น)

 

โดยมีโฉมหน้าดังนี้

 

 

แต่ละคนต่างก็พูดคุยกันเมื่ออยู่บนรถจำท่านี้ได้ท่านี้ไม่ได้บ้าง ซึ่งดูเหมือนมีผมเน่าที่สุด 

 

แต่ละคนก็บอกเออคงไม่เป็นไรหรอก เด๋วไปปรับท่าลอกๆเอา 

 

โดยหารู้ไม่ว่ามีผมคนเดียวที่รู้ว่าการซ้อมครั้งนี้โหดร้ายสักเพียงไหน o_O

 

 

7 โมง 15 นาทีโดยประมาณขณะนี้รถอยู่ที่หน้า ม.เกษตรซะแล้ว(ขับไวโคตร)

 

พวกเราทั้งสี่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะของครูหลิวเพราะว่ามันลมโกลกดี แดดไม่แรงด้วย

 

ตามเส้นทางที่เคยคุยกับครูหลิวไว้เมื่อวานครูหลิวบอกว่า

 

"พอลอดอุโมงตรงแยกเกษตรไป ก็ตรงไปอีกหน่อยแล้วก็เลี้ยวขวาก็ถึงแล้วนิดเดียวเอง

 

ถ้านั่งแท๊กซี่มาก็คงตกคนละ 40 บาทได้" ...ผมไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะครับ

 

แต่ผมเอะใจตรงราคารถนี่แหละว่าถ้าตกคนละ 40 บาท แล้วมีกัน 4 คน

 

แสดงว่าคนรถมันจะตกอยู่ที่ 120 บาทเลยนะนั่นซึ่งพอๆกับ

 

ระยะทางจากประชานิเวศน์ 3 ไปเขาดินเลยทีเดียว

 

ผมจึงสังหรณ์ใจว่า มันคงไม่แค่"นิด"แน่ๆ

 

แต่มาคิดดูดีๆ อาจจะเป็นเพราะว่าตอนเย็นๆรถติดก็ได้ยิ่งแยกเกษตรรถโคตรติดเลยทีเดียว

 

ก็เลยไม่ได้เอะใจอะไรจนกระทั่งลอดอุโมงตรงแยกเกษตรไปแล้ว

 

พวกเราท้งสี่ก็เลยเริ่มคุยกันเกี่ยวกับเรื่องสอบ เพราะคิดว่าคงใกล้ถึงแล้ว

 

.......ผ่านไป 5 นาที ครูหลิวยังคงเหยียบคันเร่งมิด ไม่มีวี่แววจะเลี้ยว

 

ความเร็วนี้แทบจะแซงรถทุกคันที่ขวางหน้า แต่พวกเราก็ยังคงคุยกันเรื่องสอบอยู่

 

......อีก 5 นาทีผ่านไป ครูหลิวยงคงเหยียบมิดแถมแซงแล้วแซงอีก ไม่เห็นวี่แววจะเลี้ยวเช่นกัน

 

ตอนนี้พวกเราได้เปลี่ยนหัวข้อคุยกันไปแล้ว ไปคุยเรื่องอื่นๆๆๆแทน

 

..... 10 นาทีผ่านไป ครูหลิวยังคงเหยียบมิดไม่วางเท้าเลย โอ้วววววว!! ไมมันไกลจังวะ!!!

 

ตอนนี้ทุกๆคนนั่งเงียบกริบหมดเรื่องคุยไปแล้ว......

 

เจ้าแมกซ์ตอนนี้ไม่รู้ว่านั่งเข้าณานไปแล้วหรือไงไม่ทราบเพราะเห็นนั่งหลับตาอยู่

 

ส่วนตัวผมเองตอนนี้กำลังนั่งรถรับลมโกลกเต็มที่เลย ตอนนี้หน้าชาไปหมดแล้ว

 

สภาพแต่ละคนตอนนี้คงไม่พ้นภาพของพระเอกในMVเพลงต่างๆ

 

อีก 10 นาทีต่อมาคราวนี้ครูหลิวเลี้ยวขวาแล้ว พวกเราก็เลยดีใจกันมากมาย

 

มีแต่ผมเอะใจอยู่คนเดียว (....มันที่คุ้นๆนะ.....เหมือนเคยมาเมื่อหลายปีก่อน)

 

ผมได้แต่หวังว่าไม่ใช่ที่ซ้อมสอบสายดำที่เดียวกับที่ผมเคยมาเมื่อ 4 ปีก่อน

 

ซึ่งผมเองได้เห็นภาพโหดๆเยอะน่าดูในตอนซ้อม แต่แล้วภาพที่นึกตอนนั้น

 

ก็ได้ทับซ้อนกันกับตอนนี้พอดี ใช่เลย มีรถเยอะๆแบบนี้ ใช่เลย! ที่เดิม!

 

7 โมง 55 นาที ตอนนี้พวกผมกำลังลงทะเบียนพร้อมจ่ายสามร้อยค่าซ้อม

 

พอเปลี่ยนชุดเสร็จเรียบร้อย ครูหลิวก็บอกให้วอร์มร่างกาย

 

พวกเราก็มานั่งรวมหัวหันหากันสี่คนที่มุมนึงของห้องซ้อมอันกว้างนั้น

 

วอร์มมั่งไม่วอร์มมั่ง แต่คงมีผมวอร์มเยอะอยู่คนเดียว ทำให้หลายคนถามว่าขาหายแล้วหรอ

 

**หมายเหตุ ตัวผมเองกำลังปวดเส้นกล้ามเนื้อขาอยู่ทั้งสองข้าง ไม่สามารถยืดตรงๆได้**

 

ผมเลยบอกว่ายังหรอก แต่วอร์มไว้เต๊อะก่อนจะดับก่อนได้เตะน่ะ

 

แต่ดูเหมือนพวกน้องๆของผมเค้าจะชิวๆมาก ดูมั่นใจมากมาย

 

เพราะกลุ่มพวกเราสี่คนต่างก็เป็นนักกีฬาหลักในยิม

 

ความแข็งแรงกับความอึดไม่เป็นรองใครในที่นี้แน่ผมมั่นใจมากๆ

 

แต่ถึงผมจะมั่นใจว่าอึด แต่ที่นี่อาจจะไม่เป็นแบบนั้นก็ได้สำหรับที่นี่อ่า T_T

 

 

 

 

และแล้วเวลาซ้อมก็มาถึง ครุฝึกคนหนึ่งทำหน้าที่นำวอร์มให้กับผู้ที่มาในวันนี้ร่วมร้อยกว่าคน

 

สำหรับการวอร์มส่วนมากจะใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงนึง

 

ตำแหน่งที่พกเราทั้งสี่คนที่ยืนอยู่นั้นไม่ไกลกันมากนัก มีเจ้าปอยยืนอยู่ใกล้ๆผม

 

สำหรับชั้วโมงวอร์มนี้ดูผมจะตั้งใจวอร์มมาก เพราะต้องการให้ขาใช้งานได้??

 

ความจริงไม่ใช่ เพราะผมไม่อยากเป็นจดเด่นตะหากว่าผมยืดขาไม่ได้

 

ทำให้ต้องฝืนๆวอร์มไป แถมไอ้ครูฝึกคนนำนับภาษาต่างด้าวมาก ฟังไม่รู้เรื่องเลย

 

แม้ว่าจะภาษาเกาหลีที่ใช้นับเหมือนกัน แต่ผมก็ฟังไม่ออกถึงสำเนียงของเขาเลยงงมากๆ

 

หนำซ้ำ ยังนับช้ามากๆๆ ยิ่งตอนยืดขา แทนที่จะนับให้ครบสิบ คุณพี่เขาก็ดันับแค่ 1......

 

เว้นช่วงไปนานมากๆทำให้ผมเดาไม่ถูกเลยว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ ........10

 

เอาเป็นว่ากว่าจะวอร์มเสร็จได้เล่นเอาทุกๆคนซีดกันเป็นแถบเลย ใช้เวลาชั่วโมงนึงเป๊ะๆ

 

 

ยังไม่จบนะ ต่อไปนี้แหละของจริงแล้ว

 

อาจารย์ ซอง คี ยอง ปรมจารย์เทควันโดสายคุกคีวอนในประเทศไทยจะเป็นคนสอนเอง

 

ซึ่งมีตั้งแต่ท่าเตะเบสิคและท่าเสตปป้องกันตัวรับรองว่าโหดมากๆ ติดตามกันได้ตอนหน้าครับ

 

 

edit @ 21 Apr 2009 16:08:45 by Prince_Of_Wind

Pyro Neo Ch.04 Pyro Neo

posted on 15 Apr 2009 17:59 by princeofwind  in PyroNeo

"อะแฮ่มๆ แซมมวลชาร์ล เดเซอร์ริสใช่รึไม่"

 

 

(ใครกันมาเรียกเอาตอนนี้นะ)

 

 

สิ่งที่แซมมวลมองเห็นในตอนนี้คือ ห้องโล่งงงงงสีขาวซึ่งกว้างจนหาที่สิ้นสุดมิได้ แต่สิ่งที่สะดุดตาคือชายประหลาดในชุดคลุมสีดำสนิท และที่ผิวหนังของเขามีสีขาวซีดเผือก ริมฝีปากสีดำ ตัดกับสีผิวบนใบหน้า

 

 

แต่ที่เป็นที่น่าสนใจสำหรับแซมมัวคือบริเวณพื้นรอบๆตัวของเขา มีภาพของเด็กสาวคนหนึงกำลังร้องไห้น้ำตาไหลพรากน้ำมูกหยดย้อยไปหมด เด็กสาวคนนั้นคือแซนดี้นั่นเอง ด้านหน้าของหญิงสาวมีชายชรานอนแน่นิ่งราบกับพื้นซึ่งก็คือตัวของแซมมัวนั่นเอง ถัดไปก็มีชายแก่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันใส่ชุดกาวสีขาว พร้อมกระเป๋าไฮโดรลิคมีอุปกรที่ใช้ในโรงพยาบาลพร้อม ซึ่งตอนนี้ได้มีสาย 2 - 3 สายได้โยงยาวไปที่บุคคลที่นอนแน่นิ่งอยู่ มันคือท่ออ๊อกซิเจน และอุปกรณ์วัดการเต้นของหัวใจ ซึ่งกราฟวัดสีเขียวท่อยู่ในเครืองตอนนี้ไม่เป็นที่น่าพอใจของชายชราผู้เป็นหมอนัก ถัดมาด้านข้างก็มีชายร่างใหญ่ที่ขายเครื่องใช้เตาปฏิกรณ์อยู่ที่ชั้น 8 ซึ่งคุ้นเคยกันดีนั่นคืออาร์มสตรองนั่นเอง

 

 

 

(พระเจ้าช่วย!!ที่นี่มันที่ไหนกัน ฉันตายแล้วรึ!!!)

 

 

"เฮ้อออ...  ฉันละเบื่อมนุษย์อย่างพวกนายจริงๆ ทุกครั้งเลยที่มนุษย์อย่างพวกนายเจอหน้าฉันครั้งแรกก็ร้อง พระเจ้าช่วย!! พระเจ้าช่วย!! บางคนก็กลัววิ่งหนีไปนู่นแน่ะ อีกอย่างฉันมันเหมือนพระเจ้าตรงไหน?"

 

 

(ถ้าอย่างนั้น นาย..เป็นใคร? ที่นี่มันที่ไหน? ฉันตายแล้วรึ?)

 

 

"คำตอบแรกที่นายถามฉันคือคนส่งวิญญาณน่ะ จะเรียกยมทูตก็ได้นะ ข้อที่สองที่นี่คือห้อง"ความทรงจำสุดท้าย" ซึ่งทุกๆคนก่อนตาจะได้เห็นจนกว่าร่างกายจะหมดลมหายใจ และข้อที่สาม ตอนนี้นายยังไม่ตาย แต่อีก 4 นาทีตะหาก นายถึงจะหมดลมและตายแน่นอน!!"

 

 

(ยมทูต?? บ้าชัดๆ!!! นี่ฉันกำลังฝันอยู่รึไง)

 

 

"โอ้ยยย!! ประโยคนี้อีกแล้ว ฉันฟังเป็นรอบที่ 3,632,871,861แล้วนะเนี่ยน่าเบื่อจริงๆ

นายไม่ได้ฝัน อีก 4 นาที นายตายแน่ๆ ขอฟันธงเลย!!!"

 

 

(ไม่จริง ฉันยังตายไม่ได้ ฉันยังไม่ได้เห็นเพื่อนของหลานสาวฉันมีชีวิตขึ้นมาเลย ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะปกป้องเธอได้มั้ย!!!)

 

 

"......................หืม? อย่าบอกนะว่านายหมายถึงไอ้เศษเหล็กหุ่นยนต์นั่นน่ะ? เป็นเพื่อนเหรอ? ฮึ หึหึหึ  ฮ่าๆๆๆๆ"

 

 

(???? นายขำอะไร!!)

 

 

"โอย...น้ำตาเล็ดเลย หวังอะไรลมๆแล้งๆไปได้ ก่อนหน้านี้ก็เคยมีมนุษย์คิดแบบเดียวกับนาย โดยการสร้างนู่นๆนี่ๆให้มันมีชีวิต ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยเพราะมัน ไม่ มี วิญ ญาณ เข้าใจมั้ย"

 

(เป็นไปไม่ได้!! ก่อนหน้านั้นยังมีตั้งหลายคนที่สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาให้มันมีชีวิต!! ด้วยการออกแบบโปรแกรมี่สลับซับซ้อนมากๆ แม้ว่ามันจะมีโอกาสสำเร็จแค่ 0.03% แต่ก็มีคนทำเร็จมาแล้ว)

 

"นายนี่ดื้อชะมัด วัตถุใดๆก็ตามที่ไร้จิตวิญญาณย่อมไร้ชีวิต ฉันพูดถูกไหมตาแก่อดีตโปรแกรมเมอร์ชื่อดังของโลก อีกอยางไอ้ที่นายเคยเห็นน่ะ มันก็แค่โปรแกรม แต่มันไม่มีชีวิตจิตใจแบบมนุษย์ได้หรอกนะ!!"

 

(......เป็นแบบนั้นจริงๆสินะ...สิ่งที่ฉันเคยเห็นตอนนั้นฉันก็รู้ดีแต่ไม่อยากทำใจยอมรับมัน แต่อย่างน้อยๆ ฉันก็ไม่อยากที่จะเลิกฝัน ฉันได้ทุ่มเทจิตวิญญาณทั้งหมดเพื่อที่อยากจะทำให้เพื่อนของหลานสาวของฉันมีชีวิตขึ้นมาให้ได้!!! ฉันเชือว่าเขาจะมีชีวิต!!!! ไม่เหมือนหุ่นยนต์ตัวนั้นแน่ๆ!!!)

 

เปรี๊ยะ!!

 

แม้จะเป็นเสียงเบาๆ และมีแต่ยมทูตหนุ่มคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยิน แต่นั่นก็ทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ มันคือเสียงกระแสไฟฟ้าในตัวหุ่นยนต์ของชายชราหมายที่จะเคลื่อนไหวตามเจตนารมณ์ของผู้ออกแบบให้มันมีชีวิต เพียงแต่ยมทูตหนุ่มรู้ดีด้วยเศษมอเตอรไซค์คันสองคัน และเศษเหล็กมือสอง แม้จะมีแผงวงจรที่ดีเยี่ยมแค่ไหนก็ทำให้มันมีชีวิตเหมือนมนุษย์ทั่วๆไปไม่ได้

 

 

(หืมมม  ถึงกับทำให้เจ้าหุ่นนั่นตอบสนองต่อความต้องการของเจ้าของได้เชียวรึ นานแค่ไหนแล้วน้า ที่ไม่ได้เจอคนที่มีจิตวิญญาณแรงกล้าขนาดนี้ .....น่าสนุกจริงๆถ้าฉันทำให้มันมีชีวิตขึ้นมา คงได้เห็นอะไรดีๆอีกครั้งแน่ๆ)

 

 

"หึหึ เอาเป็นว่าฉันจะยอมใจดีนิดหน่อย บอกวันตายของหลานสาวของนาย นั่นก็คืออีก 3 ปี!!!"

 

 

(ว่าไงนะ!! หลานของฉันจะตายในอีกสามปีอย่างงั้นรึ!!) 

 

 

"ฮ่าๆๆ ถูกต้อง!!! ตามบัญชีรายชื่อในอีกสามปี เวลา 21.35น. หลานของนาย จะถูกหุ่นยนต์ที่อาละวาด ยิงทะลุหัวใจตาย!!!"

 

(เป็นความจริงรึเนี่ย? แซนดี้....หลานรัก...)

 

"แต่ฉันก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดบอกวันตายแล้วไม่ใหทำอะไร ฉันจะให้นายเลือกสองทาง เนื่องจากมันส่งผลต่อโชคชะตาของเด็กสาวตัวน้อยคนนั้น จึงให้เลือกแค่ครั้งเดียวไม่มีคืนคำ ทางแรก ฉันจะทำให้นายฟื้นคืนชีพได้ กลับไปดูแลหลานสาวของนายซะเผื่อว่านายจะบังเอิญช่วยชีวิตหลานสาวของนายได้แต่นายจะต้องสูญเสียความรู้ในการสร้างหุ่นยนต์ไปตลอดกาล เผื่อว่านายจะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่กับหลานจนเธอหมดลมหายใจ..."

 

 

( ...อีกทางเลือกล่ะ)

 

 

"หึหึหึ นายคงรู้ตำนานของ พิน๊อกคิโอ สินะ นายจะกลายเป็นเจ้าของตำนานนั้น เพียงแต่ว่าฉันไม่ใจดีเหมือนนางฟ้าในนิทาน มันย่อมต้องมีสิ่งที่แลกเปลี่ยนกัน"

 

 

(........)

 

 

"ฉัน..จะใส่วิญญาณบริสุทธิ์ดวงใหม่เข้าไปในหุ่นนั่น ด้วยการสร้างวิญญาณดวงใหม่ขึ้นมา แต่มันจะทำให้โลกที่วุ่นวานี้ขาดสมดุลได้ ฉะนั้นฉันจึงต้องทำลายวิญญาณอื่นๆแทนหนึ่งดวงด้วยเช่นกัน ซึ่งนั่นก็คือดวงวิญญาณของนายจะต้องแตกสลายไม่มีวันได้พบหลานของนายอีกตลอดกาล แต่ตัวเขาอาจจะช่วยชีวิตหลานของนายได้ดีกว่าตาแก่เงอะงะนะฉันว่า..."

 

 

 (ไม่ว่าทางไหนฉันก็ต้องสูญเสียหลานสาวสินะ...)

 

"มันขึ้นอยู่กับนายว่าจะเลือกโชคชะตาแบบไหน"

 

(ฉัน....)

 

.............

......

..

 

 

"เขาสิ้นใจแล้วครับ ขอโทษด้วยนะแซนดี้"

 

"ไม่จริง!! คุณลุง ฮือๆๆ"

 

"แซนดี้ คุณลุงเขาไปดีแล้วนะ อย่าร้องไห้เลย"

 

"ไม่!! แล้วหนูจะอยุ่กับใครล่ะ หนูมีคุณลุงคนเดียว คุณลุงเลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็กๆ

 

หนูไม่เหลือใครแล้วว!!!"

 

"แซนดี้.."

 

เปรี๊ยะ!!ๆๆๆ วื้ด.....

 

.............................

..............

.....

..

 

(ฉัน ขอแค่ให้หุ่นนั่นมีชีวิตและคอยปกป้องดูแลเธอตลอดไป จะให้ทำยังไงฉันก็ยอม)

 

".....ได้ นับแต่นี้ไปวิญญาณของนายจะสลายหายไปไม่เหลือแม่แต่เสี้ยว เพื่อที่ฉันจะได้สร้างวิญญาณบริสุทธิ์ดวงใหม่ขึ้นมาทดแทนตาแก่อย่างนาย"

 

"เอาล่ะโชคชะตาจะผันเปลี่ยนไปแล้ว มีอะไรสั่งเสียมั้ย?"

 

(.....ขอบใจ................................)

 

"..............ฉันไม่ขอรับดีกว่า ฮ่าๆๆๆๆ"

 

โพละ!

 

...........

 

"เฮ้อ เป็นมนุษย์ที่แปลกดีะ หึหึหึ แต่ว่าน่าเสียดายๆจริงๆ แต่ให้นายแลกวิญญาณกับเจ้าหุ่นนั่น  หลานสาวของนายก็ต้องเตรียมพบชะตากรรมอันโดร้ายต่อจากนายอย่างมากมาย ไม่ใช่ว่าอยู่อย่างสุขสบายนักหรอกนะแซมมัวชาร์ล นอกเสียจากเจ้าเศษเหล็กนั่นจะเซอร์ไพรส์ฉันเข้าอย่างจังหรอกนะ ฮ่าๆๆๆๆ!!!"

 

............

.....

.

 

วื้ด....... ตึก!

วื้ด........ตึก!

 

เสียงของหุ่ยนต์ซากมอเตอร์ไซค์ที่กำลังลุกขึ้นยืน กลไกทั้งหมดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่มีขัดข้อง แม้แต่นิ้มมือทุกๆนิ้วสามารถเคลื่อนไหวได้อิสระ และแสงไฟที่คาดว่าเป็นตา ทั้งสองก็ได้สว่างวาบขึ้นมาแล้ว

 

หมอหลิวผู้ที่เป็นคนรักษาลุงแซม แซนดี้ และอาร์มสตรอง ต่างหันไปหาเจ้าของเสียงเหล็กที่กระทบกับพื้น ทันใดนั้นทุกคนก็ต่างหลี่ตาลงเพราะแสงไฟนี้สว่างมากเพราะมันเคยเป็นไฟส่วนหน้าของรถมอเตอร์ไซค์

 

"โอ๊ะ...ขอโทษครับ ผมจะปิดไฟเดี๋ยวนี้แหละ"

 

ไม่นานแสงไฟก็หรี่ลง เผยให้เห็นการมีชีวิตของหุ่นยนต์ตัวนี้

 

"นี่มันอะไรกัน..หุ่นยนต์ของแซมรึ?"

 

"ผมชื่อ นีโอ..ไพโร นีโอ คุณแซมมัวชาร์ลตั้งชื่อของผมไว้ในระบบครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"

............

......

...

.

 

Charpter end

 

 

 

edit @ 17 Apr 2009 13:24:55 by Prince_Of_Wind